หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต การศึกษาแบบองค์รวม


ปรัชญา ข้อมูลทั่วไป ระบบการจัดการศึกษา  การดำเนินการหลักสูตร คณาจารย์  



ปรัชญา

เนื่องจากสภาพการเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของสังคมไทยในยุคปัจจุบันกำลังก้าวไปสู่ความทันสมัยของเทคโนโลยี โดยเฉพาะโลกสารสนเทศยุคดิจิตอล พร้อมๆ กับการถดถอยของธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และคุณธรรมพื้นฐานในจิตใจของผู้คนและเยาวชน ครู พ่อแม่ และบุคลากรทางการศึกษาทั้งหลาย ขณะเดียวกันสังคมไทยควรเป็นสังคมฐานปัญญาที่คำนึงถึงความก้าวหน้าทางวิชาการและการเข้าถึงมาตรฐานทางวิชาการสากล จึงจำเป็นที่จะต้องแสวงหากุศโลบายในการที่จะปรับระบบการเรียนรู้ของนักศึกษาในหลักสูตรเพื่อให้เข้าใจและสามารถจัดการเรียนรู้ให้เด็กและเยาวชนเท่าทันกับการเผชิญสถานการณ์อันยากลำบากอย่างที่จะหลีกเลี่ยงมิได้ในอนาคตอันใกล้นี้

ปรัชญาของหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาแบบองค์รวม มุ่งสร้างครูบุคลากรทางการศึกษา ผู้บริหารการศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษา ตลอดจนผู้ที่สนใจเรื่องการเรียนรู้แนวใหม่ ให้เป็นผู้ที่สามารถค้นพบศักยภาพการเรียนรู้ของตนเองเชื่อมโยงการเรียนรู้จากภายในตนสู่ภายนอกได้อย่างสมบูรณ์ โดยการสะสมประสบการณ์เชิงประจักษ์และการสังเคราะห์องค์ความรู้ด้วยตนเอง จนกระทั่งเข้าใจกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับธรรมชาติของมนุษย์และสังคม สามารถออกแบบและวางแผนการจัดการเรียนรู้ได้อย่างหลากหลาย หัวใจสำคัญของการศึกษาแบบองค์รวม คือ การมุ่งพัฒนานักศึกษาให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งด้านความรู้และจิตใจ ด้วยการบูรณาการองค์ประกอบทั้งสามเข้าด้วยกัน ประการแรกการบูรณาการประสบการณ์การลงมือปฏิบัติจริงในสถานศึกษาที่นักศึกษาปฏิบัติงานอยู่ (work – based learning) ด้วยการเชื่อมโยงทฤษฎีและการปฏิบัติ โดยเฉพาะกรณีศึกษาบนสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นในบริบทของสังคมและโลก และนักศึกษาสามารถสร้างเป็นองค์ความรู้และจิตสำนึกเชิงคุณค่าของตนเอง

ประการที่สองการฝึกฝนสติสัมปชัญญะ (mindfulness) เพื่อบูรณาการเข้ากับการทำงานในวิชาชีพครูโดยฝึกผ่านวิชามงคลชีวิตจริยศิลป์และสุขภาพวิถีไทยครูและผู้บริหารที่มีสติสัมปชัญญะจะสามารถทบทวนตนเองพิจารณาประสิทธิภาพการทำงานของตน การเห็นคุณค่าและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้เรียนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายของการพัฒนาผู้เรียนและสถานศึกษาอย่างแท้จริง และประการที่สามการบูรณาการผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (professional learning community – PLC)เป็นระบบการจัดวงสนทนาทบทวนการปฏิบัติงานของตนเองอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เกิดกลุ่มเรียนรู้ของครู ผู้บริหาร และบุคลากรทางการศึกษา (group learning) ในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้และการทำงานเป็นทีม ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้ จะสามารถผลิตบุคลากรทางการศึกษาที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาระบบการเรียนรู้ให้กับสังคมไทยได้อย่างกว้างขวางและทันกาล



ความสำคัญ 

หลักสูตรนี้มุ่งผลิตบัณฑิตที่มีคุณลักษณะของผู้ที่เรียนรู้อย่างลึกซึ้งถึงระบบคุณค่า และสามารถสร้างองค์ความรู้ใหม่ของตนเองด้วยมาตรฐานการวิจัย และประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานจริง โดยอาศัยกระบวนการจัดการเรียนรู้ของหลักสูตรที่สำคัญ 3 ระบบ คือ

ระบบที่หนึ่ง ระบบการพัฒนาคุณค่าภายในตนเอง(self awareness and self reflection)ประกอบด้วย การพัฒนาสติสัมปชัญญะ ไตรสิกขา กัลยาณมิตรและโยนิโสมนสิการ


ระบบที่สอง ระบบการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผลลัพธ์เชิงคุณค่า (value outcome)ประกอบด้วย การออกแบบการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการที่ไปให้ถึงคุณค่า เช่น การเรียนรู้ผ่านการทำงาน การเรียนรู้ผ่านโครงการเป็นฐาน (project – based learning)การประเมินผลเพื่อการพัฒนา (formative assessment) และการเป็นผู้รู้เท่าทันสื่อ (media literacy)

ระบบที่สาม ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ประกอบด้วยการจัดการความรู้ (knowledge management)การทบทวนการทำงานแบบกลุ่ม (before action review/after action review)กัลยาณมิตรนิเทศ (peer coaching)และการเป็นผู้นำการเรียนรู้หรือการเป็นผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ (facilitator)

 



วัตถุประสงค์ของหลักสูตร

• เพื่อผลิตมหาบัณฑิตให้มีคุณสมบัติของผู้เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ด้วยการฝึกสติ สัมปชัญญะ เพื่อให้เกิดความตระหนักรู้ เท่าทันต่อสิ่งต่างๆ ที่จะนำมาย้อนมองมาสู่การปรับปรุงตนเองสู่ความเป็นครูผู้มีจิตวิญญาณ และ/หรือผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษาที่มีคุณธรรม จริยธรรมในการบริหารงาน
• เพื่อจัดบริบทการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนบนฐานการปฏิบัติงานจริง เพื่อให้มีทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น มีทักษะ การสังเกต การคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ การสังเคราะห์ การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ และการยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้
• เพื่อผลิตมหาบัณฑิตที่มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้บนพื้นฐานของการมีสติปัญญา การรู้คิด เท่าทันการเปลี่ยนแปลง ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทย

Share on Facebook0Tweet about this on TwitterShare on Google+0Print this page